ค้นหา

 

 

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของสำนักงานอำเภอสังขละบุรี..............ขอเชิญท่องเที่ยวเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม....... "สะพานไม้ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทยกะเหรี่ยงรามัญ สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก".......  

 
 

สังขละบุรี เป็นเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่า อันสมบูรณ์ เมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมของพี่น้องต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งไทย มอญกะเหรี่ยง ลาว พม่า ฯลฯ เป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ สงครามด่านเจดีย์ ทางรถไฟสายมรณะ สังขละบุรีเป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่าอำเภอสังขละบุรี มีชาวมอญอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" ซึ่งบริเวณที่ลำน้ำสามสาย อันได้แก่ ซองกาเลีย บิคลี่ และรันตี ไหลบรรจบ กันเป็นแม่น้ำแควน้อย

การท่องเที่ยวสังขละบุรีหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่งดงาม พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ซึมซับวิถีชีวิตผู้คนหลากเชื้อชาติภาษา จากท่าเรือฝั่งอำเภอสังขละบุรี เป็นที่ตั้งของชุมชนไทยและกะเหรี่ยง ฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านมอญ มีบ้านเรือนหลังเล็กๆ หลังคามุงจาก ตั้งเรียงรายตั้งแต่ชายน้ำขึ้นไปถึงเนินเขา ด้านหลังคือเทือกเขาตะนาวศรีที่สลับซับซ้อน วัดวังก์วิเวการามและเจดีย์พุทธคยา ตั้งโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล 

ในช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวเย็น มีหมอกปกคลุมเหนือหมู่บ้านและลำน้ำ โอบล้อมด้วยขุนเขา ระหว่างล่องเรือไปตามลำน้ำ จะผ่านเรือนแพที่จอดเรียงรายอยู่ริมน้ำสองฝั่ง ในลำน้ำมียอหาปลาเรียงรายอยู่ตลอดลำน้ำ พ้นจากหมู่บ้านเรือจะแล่นทวนกระแสน้ำขึ้นไปยังแม่น้ำซองกาเลียที่เงียบสงบ สองฝั่งน้ำเป็นผืนป่าเขียวชอุ่ม จากนั้นจะแล่นย้อนกลับมาผ่านสะพานมอญ เลาะเลียบยังแม่น้ำบิคลี่ มองเห็นบ้านเรือนชาวมอญอีกกลุ่มหนึ่ง 

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ "สามประสบ" จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำบิคลี่ แม่น้ำรันตี และแม่น้ำซองกาเลีย ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ไม่ไกลจากนี้เราก็จะได้ตื่นตากับ "เมืองบาดาล" จากนั้นเรือจะล่องเข้าสู่แม่น้ำรันตี แวะพักชมความงามของหน้าผาหินปูนกว้างใหญ่ มีเพิงหินริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่น สงบเงียบเหมาะแก่การแวะพักรับประทานอาหาร ชมทิวทัศน์ อีกฟากหนึ่งมีบ้านเรือนชาวบ้านลาว-พม่าริมน้ำ ขากลับเรือจะวกกลับจากแม่น้ำรันตี อ้อมผ่านเกาะแก่งกลางน้ำ ลำห้วยสาขาไปออกสู่สะพานมอญอีกครั้ง

เดินข้ามสะพานไม้ชมวิถีชาวมอญ อำเภอสังขละบุรี
การเดินข้ามสะพานไม้ไปเที่ยวฝั่งมอญ ควรไปแต่เช้า เดินไปตามสะพานไม้ที่คดเคี้ยวพลิ้วไหว ในลำน้ำมีเรือชาวบ้านแล่นผ่านไปมา พระอาทิตย์สีส้มดวงโตผุดขึ้นเหนือหมู่บ้าน ท่ามกลางหมอกสีขาว โอบล้อมด้วยขุนเขา บ้านหลังเล็กๆ ปลูกแบบเรียบง่าย เรียงรายอยู่ริมน้ำ ไล่ขึ้นไปถึงเนินเขาเตี้ยๆ ด้านบน ในหมู่บ้านยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมให้เห็น ผู้ชายนุ่งโสร่ง ผู้หญิงใส่เสื้อแขนกระบอก นุ่งผ้าซิ่น ประแป้งสีเหลือง เสียบดอกไม้ที่มวยผม เทินสำรับอาหารไว้แล้วเดินเป็นแถวไปทำบุญที่วัด วัดหลวงพ่ออุตตมะหรือวัดวังก์วิเวการาม เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอญ ลองเดินชมศิลปกรรมวิจิตรแปลกตาในวัด และเจดีย์พุทธคยา เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกในตลาดข้างเจดีย์แล้ว ขากลับแวะไปเที่ยวตลาดมอญ ตลาดสดเล็กๆ ของหมู่บ้าน หรือจะลองชิมอาหารแบบมอญ เลือกซื้อปลาสดๆ จากทะเลสาบ พืชผักพื้นบ้าน ฯลฯ ไปเป็นของฝาก 

เส้นทางแนะนำ
ล่องลำน้ำสามประสบ ชมเมืองบาดาล สัมผัสวิถีชีวิตมอญสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน
วันแรก มุ่งหน้าสู่อำเภอสังขละบุรี ระหว่างทางแวะพักเหนื่อยที่น้ำตกไทยโยค อุดหนุนของกิน ผัก ผลไม้จากร้านค้าสองข้างทาง พักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร ริมทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ชิมเมนูจากปลาแม่น้ำสดๆ ก่อนถึงสังขละบุรีแวะไปชมด่านเจดีย์สามองค์ เดินเที่ยวตลาดชายแดน แล้วค่อยไปรอชมความงดงามยามพระอาทิตย์ตกเหนือลำน้ำ บนสะพานมอญที่สังขละบุรี

วันที่สอง ตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ชมพระอาทิตย์ดวงโตขึ้นเหนือหมู่บ้านที่ปกคลุมด้วยหมอกขาว เดินข้ามสะพานไม้ไปเที่ยวในหมู่บ้านฝั่งมอญ สัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ ซื้อของกินของฝากจากตลาดมอญ แวะไปสักการะหลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการาม ชมความงามของเจดีย์พุทธคยา แล้วกลับมาล่องเรือ ชมทัศนียภาพกว้างใหญ่ของลำน้ำสามประสบ ตื่นตากับเมืองบาดาลใต้น้ำ

ข้อมูลการเดินทาง
จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-สังขละบุรี) ขับไปตามทางประมาณ 220 กิโลเมตร ถึงทางแยกด่านเจดีย์สามองค์ ขับตรงขึ้นไปอีกราว 6 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอสังขละบุรี เส้นทางตั้งแต่ทองผาภูมิถึงสังขละบุรีจะขึ้นเขาสูงชันคดเคี้ยว ต้องระมัดระวังการขับขี่และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม บริเวณเชิงสะพานมอญฝั่งอำเภอสังขละบุรี มีเรือบริการล่องแม่น้ำไปชมเมืองบาดาล เป็นเรืออีป๊าปติดเครื่อง นั่งได้ 4-5 คน ค่าบริการเหมาลำ 300 บาท

สินค้า ของฝาก ของที่ระลึก
สินค้า ของฝาก ของที่ระลึก ที่ขึ้นชื่อของกาญจนบุรีมีหลายอย่าง ทั้งของกิน เช่น วุ้นเส้นท่าเรือ วุ้นมะพร้าวอ่อน มะขามกวน น้ำพริก หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ตามแหล่งท่องเที่ยวและร้านขายของฝากริมถนนแสงชูโต ส่วนพืชผัก ผลไม้ เห็ดสดๆ พริกกะเหรี่ยง ต้นไม้ ดอกไม้ หาซื้อได้จากร้านค้าริมถนนกาญจนบุรี-ไทรโยค สำหรับอัญมณีที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี คือ ไพลินและนิล หาซื้อได้ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีสินค้าจากพม่าจำพวกเครื่องประดับ เครื่องแก้ว พลอยสี ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ฯลฯ จำหน่ายด้วย แต่ถ้ามีโอกาสไปที่ตลาดทองผาภูมิ ตลาดวัดวังก์วิเวการาม ตลาดชายแดน ด่านเจดีย์สามองค์ จะมีให้เลือกมากกว่าและราคาถูกกว่า

ทางฝั่งวัดวังก์วิเวการาม คนส่วนใหญ่เป็นชาวมอญมีสะพานปูนเชื่อมระหว่างสองฝั่งที่ค่อนข้างไกลกับตัวเมือง ทำให้ใช้ระยะเวลาในการเดินทางเท้าหลายชั่วโมง อยู่มาวันหนึ่ง หลวงพ่ออุตตามะ ได้ไปยืน ณ ริมน้ำซองกาเรียและวาดรูปแบบสะพานไม้ โดยได้รับความร่วมมือของชาวบ้านทำให้เกิด “สะพานมอญ” สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย 444 เมตร 2 ศอก เสาต้นใหญ่สูง 52 ศอก ซึ่งตอนนั้นหลวงพ่อ เพียงอยากย่นระยะทางในการเดินทางเพื่อสร้างความสะดวกให้กับคนในชุมชน

 

 

 

 

 
 

 

จุดชมวิวป้อมปี่

เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักหลังจากได้ไปเที่ยวชม อ.สังขละ เนื่องจากสถานที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างมาก ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินในได้อย่างสวยงามในยามเย็น อีกทั้งผู้คนที่ได้ไปพักนิยมลงไปเล่นน้ำในบริเวณตีนเขา เนื่องจากมีบริการเรือแคนนู และห่วงชูชีพ อีกทั้งมีบริการที่พัก ร้านอาหาร จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาพักที่นี่ค่อนข้างมาก ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ 

สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ): กาญจนบุรี

เดินทอดน่องบนสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่เชื่อมโยงชาวไทยและชาวมอญเข้าด้วยกัน ที่อำเภอสังขละบุรี 
ตื่นตาไปกับสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานไม้สังขละบุรี สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในสยาม และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสังขละบุรี ในแต่ละวันมีผู้คนมากมาย มาเยี่ยมชมสะพานแห่งนี้ ที่ซึ่งทอดข้ามลำน้ำซองกาเลีย ท่ากลางทิวทิศน์ที่งดงาม ของสังขละบุรี

ด่านเจดีย์สามองค์

พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้น้ำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่างทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมตลาดชายแดนในเขตพม่าได้ โดยเสียค่าผ่านด่านชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 130 บาท ถ้าเราได้ข้ามไปฝั่งพม่า เลยไปตามทางลูกรัง ประมาณ 10 กม. เราจะพบ วัดเสาร้อยต้น ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลูก่อน ถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กม. มีทางแยกขวาไปด่านเจดีย์สามองค์อีก 18 กม. ทางราดยางตลอดสาย
ตลาดมอญ สังขละบุรี

ตลาดมอญ

ตลาดมอญ มีทั้งอาหารและของที่ละลึกมากมายไว้คอยบริการ และที่ไม่ควรพลาดที่จะชิมอาหารพื้นเมืองรสเด็จที่ขึ้นชื่อคือ ขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย + ฝักทอด สำหรับผู้ที่ขับรถมาสามารถจอดรถมาซอยต่างๆได้ หรือขับลงมาสุดทาง เลี้ยวซ้ายจะมีที่จอดรถเอกชนคอยบริการหลายที่ค่าจอดประมาณ 20 บาท

ล่องแก่งแพไม้ไผ่ สายน้ำซองกาเรีย

ต้นกำเนิดของสายน้ำ เกิดจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทางด้านทิศตะวันตกไหลลงมาเป็นน้ำตกตะเคียนทอง จากนั้นไหลมารวมกับลำน้ำโรคี่ กลายมาเป็นลำห้วยซองกาเลีย จากนั้นจึงไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขาแหลมใน อ.สังขละบุรี ต่อไป 

ระดับความยากง่าย การล่องแก่งลำน้ำซองกาเลียระดับความยากง่ายขึ้นอยู่กับฤดูกาลดังต่อไปนี้คือ
ฤดูฝน เดือนมิถุนายน-ตุลาคม ระดับ 2-3
ฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน-มกราคม ระดับ 2
ฤดูร้อน เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ระดับ 1 

ระยะเวลาในการล่องแก่ง 3 ชั่วโมง
แก่งต่าง ๆ ที่จะต้องล่องผ่าน แก่งแพบิน แก่งวังฮิ แก่งแคนยอน แก่งซองกาเลีย แก่งแม่ติ้ว จุดเด่นของการล่องแก่งลำน้ำสายนี้ การล่องแก่งลำน้ำสายนี้ จุดเด่นอยู่ที่จำนวนแก่งท้าทายมือสมัครเล่นและนักล่องแก่งมือใหม่ให้มาตื่นเต้นเร้าใจกับแก่งต่าง ๆ ที่ล่องผ่านโดยในแต่ละแก่งจะเป็นแก่งที่มีโขดหินน้อยใหญ่จมอยู่ใต้ผืนน้ำ หรืออาจโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำบ้างเล็กน้อยในบางช่วงของการล่องแก่ง การล่องแก่งของลำน้ำสายนี้สามารถล่องได้ทั้งเรือยางและแฟไม้ไผ่ กระแสน้ำไม่รุนแรงจนเกินไปนักในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว แต่อาจจะมีความบ้างบางครั้งในช่วงฤดูฝน สามารถล่องได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดอายุ แต่การล่องด้วยแพไม้ไผ่นักท่องเที่ยวจะต้องมีทักษะในการบังคับทิศทางของแพบ้างพอสมควร 

ช่วงเวลาที่เหมาะสม การล่องแก่งลำน้ำสายนี้สามารถล่องได้ทุกฤดูกาลถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำจะมาก กระแสน้ำจะไหลเชี่ยวพอสมควรสำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุด จะอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนตุลาคม-มกราคม กระแสน้ำในลำน้ำซองกาเลียจะใสไหลเย็นจนแลเห็นตัวปลาและสามารถล่องได้ทุกเพศ ทุกวัยไม่จำกัดอายุ 

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ใน อ.สังขละบุรีบนถนนสาย อ.สังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ ห่างจากตัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร